วันอังคารที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2558

8 ขั้นตอนการเลือก ชุดBJJ ให้เหมาะสมกับคุณ


ผู้เขียน   ผู้แปล(มั่ว) Antimage

เมื่อ BJJ ได้เข้ามาเป็นที่นิยมใน อเมริกาและอังกฤษ พวกเขาไม่นิยม ซื้อของพวกนี้ผ่านระบบออนไลน์ บางคนก็ซื้อกลับมาจากนู่นนนเลย บราซิล!! (ผู้แปล:ส่วนคนไทยซื้อมาจากอีเบย์ - -“) พวกเขาจะเลือกอยู่สองอย่าง อย่างแรกคือ สี  อย่างที่สองคือ การเย็บ

ต้องขอบคุณอย่างมากในช่วงปีหลังมานี้การมีอินเตอร์เน็ตทำให้การซื้อของพวกนี้ง่ายขึ้น แต่ตอนนี้คนก็เถียงกันอย่างไม่รู้จักจบจักสิ้น ว่า ชุด
BJJ ที่สมบูรณ์แบบมีอะไรบ้าง






อ่านต่อด้านล่างได้เลยครับ
อย่างแรกคุณต้องเข้าใจก่อนว่าอะไรไม่ใช่ ชุด Gi ที่เฟอร์เพค มันไม่สำคัญกับในประเด็นที่คุณถกเถียงกันในฟอรั่ม(ผู้แปล:ตอนที่คิดจะทำบทความนี้เพื่อจะไปเหน็บคนในกลุ่ม ช่ะ!! เหมือนพี่ไทยเลยเนอะ!ออกเป็นคลิป) อย่าพึ่งรีบกลัวไปเหล่าหนุ่มๆนักปล้ำ ยังมีวิธีเลือก Gi ที่สมบูรณ์แบบรออยู่
สำหรับผมแล้วการเลือก Gi มีปัจจัยเลือกอยู่ สาม อย่าง ยี่ห้อ การตัด และดีไซร์ ส่วนตัวผมจะให้ความสำคัญกับยี่ห้อ และผมต้องการ Gi ที่ใส่พอดีตัว และผมจะมีความสุขมากถ้า Gi มันออกแบบมาอย่างหรูหรา และ หนาๆ คุณจะคาดเดาว่าคนส่วนใหญ่ชอบ Gi ที่ คงทน กระชากกันอย่างเมามัน (ยี่ห้อScramble และ Bull Terrier) ในความเป็นจริง ผมชื่นชอบพวกเค้ามากๆในการทำแบรนด์ของตัวเอง แต่ผมว่าลองใช้อินเตอร์เน็ตช่วยค้นหาหน่อยดีกว่า


ที่กล่าวมานี้มันอาจจะใช่หรือไม่ใช่ปัจจัยสำคัญของคุณ บางทีคุณอาจจะกังวลว่าชุดมันจะไหวไม๊!!ถ้าซ้อม 10-14 ครั้งต่อสัปดาห์ หรือจุดขายหลักของคุณคือการออกแบบและความหายากของมัน และนี่คือรายการที่จะทำให้คุณตัดสินใจง่ายขึ้น 8 ขั้นตอนการเลือก ชุดBJJ ให้เหมาะสมกับคุณ


1.การตัด/ความกระชับในความคิดของผมการตัดและความเข้ารูปของGi เป็นส่วนที่สำคัญที่สุดในการเพลิดเพลินกับการสวมใส่มัน ผมเคยมีปัญหาที่ Gi ด้านหลังที่แน่นเกินไป และเป้าก็ตึงเกินไป ฟังดูมันน่าหัวเราะ แต่คุณจะพูดไม่ออกจริงๆตอนคุณเล่นการ์ดหรือพาสแล้วทำอะไรได้ไม่เต็มที่ และบางทีแขนเสื้อก็สั้นเกินไป

คุณต้องถามตัวเองว่าชอบแบบไหน สำหรับผมความยาวและความกว้างของช่วงแขนสำคัญ เพราะผมชอบเล่นท่า Ezekiel chokes บางคนอาจไม่ชอบเพราะกติกาบางที่เข้าห้ามเล่นท่านี้ ผมชอบชายเสื้อยาวๆ เพื่อจะทำท่า certain chokes แต่ก็ยังไม่เหมาะกับพวกสายขาวที่กำลังฝึก ผมก็ไม่เอาเสื้อสั้นๆไปพันพวก worm guard  หรอกเสียเวลา

ทุกยี่ห้อจะมีการตัดแบบมีเอกลักษณ์และลิขสิทธิ์ เพื่อให้แน่ใจของหาข้อมูลเพิ่มเติมจากสิ่งนั้นด้วย เพื่อความชัวร์ อย่าเพียงแค่คิดว่าใครบอกว่าดีก็ตามเค้ามันขึ้นกับน้ำหนักและส่วนสูงด้วย พวกนี้บางทีก็เป็นความรู้สึกส่วนบุคคลนะ มันอาจจะดูเจ๋งแต่ถ้ามันไม่เข้ารูปกับคุณ คุณก็ไม่อยากจะใส่มัน


2.การออกแบบเอาละเพื่อที่จะได้เป็นเจ้าของมัน ผมได้ลองใช่ Gi ยี่ห้อ TON มันพอดีอย่างน่าประหลาดและเหมาะกับผมมาก ผมว่าพวกเค้าดูน่ากลัวและผมก็ยังเป็นแฟนตัวยงของเค้าเลยนะทั้งการเย็บและความหนา มันเหมาะกับผมมาก
แล้วคุณล่ะชอบอะไร? คุณชอบ Gi ธรรมดา ?ไม่ชอบใส่ซ้ำแบบใคร? กับแบรนด์ใหม่มากมายที่กำลังจะเกิดขึ้นเป็นดอกเห็ด พิจารณาสิ่งที่คุณคิดว่าจะสวมใส่อย่างรอบครอบนะ ผมมีเพื่อนที่ผ่านการซื้อชุดมากมายสุดท้ายก็มาลงเอยที่ชุดธรรมดา และคนอื่น เริ่มให้ความสำคัญในโฆษณาทั้งรถเคลื่อนทั้งป้ายบิวบอร์ดเพื่อรับฟังในโฆษณาเหล่านั้น

3.ยี่ห้อ
ที่จริง ผู้คนส่วนใหญ่ไม่ให้ความสำคัญ แต่ผมคิดว่ามันเป็นหนึ่งในส่วนที่สำคัญที่สุดของการเลือกชุด Gi
ถ้ายี่ห้อที่คุณเลือกไม่ได้ให้ความสำคัญกับกีฬา คุณจะเลือกซื้อยี่ห้อนี้ไม๊? ผมโชคดีจริงที่ได้ร่วมงานกับ GiReveiw.Net และ Ok! Kimonos ที่ทำให้ผมได้เจอและสร้างความสัมพันธ์กับเจ้าของแบรนด์ต่างๆ เป็นเจ้าของกิจการที่ใส่ใจกับกีฬาอย่างจริงจังและตอบสนองได้อย่างแท้จริง
ผมไม่รู้ว่ามันเจ๋งขนาดไหน ไนกี้ เทรนนิ่งให้ฟรี ผมเคยยิงคำถามไปนะ อีกวันหนึ่งก็ได้รับการตอบกลับ แต่ผมแน่ใจว่าน้อยนักที่จะมีคนตอบสนองต่อหนึ่งข้อความเดียว
ที่ผมได้รับในทุกช่องทางสื่อสังคมของเรา


4.ความสบาย
คุณชอบชุด ที่แข็งเป็นกระดาษทรายรึอ่อนนุ่มล่ะ
? ผมรักมากๆเลยชุดที่อ่อนนุ่มและมันนุ่มอย่างไม่น่าเชื่อตอนที่ผมฝึก แหละนี้เป็นเหตุผลที่ผมดูการทอเป็นพิเศษ แต่เวลาแข่งผมก็ดูชุดอีกแบบหนึ่งนะ เชื่อดิคุณต้องหาถามไปทั่วแน่ว่าชุดอะไรที่ใส่แข่งแล้วชนะ ถ้าคุณรู้จักผมเป็นการส่วนตัวก็ต้องถามผมแน่นอนเชื่อสิ!!

 5.ความทนทาน
ไม่ว่าคุณต้องการ Gi ที่มีความหนักทนทานหรือเบาทนทาน ถ้าคุณเลือกมาดีมันก็จะอยู่กับคุณตราบนานเท่านาน ผมใช่น้ำหนักเป็นปัจจัยในเกณฑ์นี้เพราะ โดยทั่วไปจะหนาหรือหนักในแง่ของแจ็คเก็ตและกางเกง แต่ในแง่ของ ชุด BJJ ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียในตัวของมันเอง ถ้าเป้าหมายในการซื้อ Gi ใหม่ของคุณ เพื่อการแข่งขัน ก็อย่าลืมดูน้ำหนักของมันด้วย คุณจะต้องดู Gi ที่มีน้ำหนักเบา ชุดประมาณ 450 แกรม กางเกงก็ประมาณ 10 แกรม หรือต่ำกว่านั้น แต่ถ้าคุณต้องการ Gi ที่มีความทนทานมากๆ คุณควรพิจารณา Gi หนัก ชุดประมาณ 550 แกรม ส่วนกางเกง12 แกรม หรือมากกว่านั้น


6.ความหายาก
คุณยินดีที่จะจ่ายมากขึ้นหรือป่าว เพื่อครอบครอง ชุดที่คนอื่นเค้าไม่มี? คุณต้องการ Gi หายากจากประเทศอื่นรึป่าว? ผมชอบที่จะแตกต่างกับคนอื่นนะ ผมฝึกขอบคุณตัวเองที่ได้เป็นเจ้าของที่คนอื่นเค้าไม่มี มี อยู่ชุดหนึ่งที่ผมชอบมากได้มาจาก ญี่ปุ่นคือ Alma gis และอีก สองชุด คือ  Full Metal Jiu Jitsu and MVNT อันนี้ได้มาจากออสเตรเลีย ผมไม่เคยเห็นใครรอบตัวผมใส่เลย ถ้าคุณไม่แคร์ คุณก็ตัดประเด็นนี้ไปได้เลย



7.สถานะของสินค้า
เวลาคุณซื้อชุด คุณอยากได้เลยหรือว่าต้องสั่งล่วงหน้าล่ะ หรือคุณต้องสั่งจากต่างประเทศ ผมรู้หลายคนไม่ชอบให้สั่งซื้อ ชุดBJJ ล่วงหน้า หนึ่งในข้อดีของการซื้อแบบสั่งล่วงหน้าคือ คุณหาได้เลยที่ ดูได้หลายแบรนด์ และไม่ต้องใช้เวลาทั้งวันในการเดินหา เพียงนั่งรอที่บ้าน ประมาณ 8 วันก็ได้รับของแล้ว



8.วัตถุดิบ 
วัสดุของตัวเสื้อ (ทอง/มุก/หรือ สานแบบอื่นๆ) มีความแตกต่างกันไป ส่วนกางเกงก็เหมือนกัน (ผ้าฝ้าย/โพลี/และอื่นๆ) มันไม่แปลกถ้าคุณจะไม่รู้ว่า เย็บตะเข็บเดี่ยว ตะเข็บคู่  เย็บแบบRiptop เย็บแบบทอง เย็บแบบแพลตินั่ม แบบยูนิคอร์น แบบพิซซ่าซูพรีม หรือแบบสานตะกร้า แต่น่าเสียดายที่บริษัทเหล่านี้ไม่ได้ออกมาพูดอะไรเพราะเป็นเรื่องของกรรมสิทธิ์ในการออกแบบสานของพวกเค้า
การเย็บที่นิยมในปัจจุบัน มีดังนี้

-เย็บแบบไข่มุก เป็นการเย็บที่มุ่งเน้นไปในด้านการแข่งขัน ความต้องใน
Gi น้ำหนักเบานั้นเติบโตเร็วมาก หลายคนบอกว่าใส่สบายและรู้สึกนุ่มและเบาที่สุด การสานพวกนี้บริษัทที่ทำ จะสานอยู่ที่ 450-500 แกรม แต่ถึงกระนั้นความทนทานก็แตกต่างกันอยู่ดี ผมเคยได้สวมชุดที่สานแบบไข่มุกนะ มีทั้งแบบที่มีน้ำหนักเบา ทั้งแบบที่ง่ายต่อการจับและยากต่อการจับ

-การเย็บแบบทอง เป็นการสานแบบดั่งเดิมมีมาตรฐานเพื่อการแข่งขัน Gi ประเภทนี้ได้ผ่านมาตรฐานทุกการแข่งขัน การเย็บแบบทองนี้จะเย็บแบบเป็นขั้นบันไดไม่ซ้ำรอยเดิม ไม่ต่างจากการสานคู่ การสานแบบนี้เป็นที่สุดของ Gi เลยก็ว่าได้ และมันก็คว้าจับลำบากมากๆเช่นกัน และนี้ก็เป็นเหตุผลที่ผมชอบมันมาก

-เย็บตะเข็บเดี่ยว การเย็บค่อนข้างสมดุล และเบากำลังดี ชุดพวกนี้ไม่ทนเท่าพวกที่สานแบบทอง มันเป็นตัวเลือกที่ดีราคาสบายกระเป๋า มันเบาและง่ายต่อการจับ มันเลยมุ่งเน้นในการทำลายและคล่องตัวในการหนี

-เย็บตะเข็บคู่ การเย็บแบบนี้มันการฝังพิษไว้ในกับฝ่ายตรงข้าม ถ้าคุณพยายามเล่นการ์ดแมงมุมกับฝ่ายตรงข้าม ลองใส่แบบนี้ดู ชุดแบบนี้มันมักจะขูดนิ้วฝั่งตรงข้าม มันสร้างความแขยงนิ้วกับคู่ต่อสู้ได้ผลมากทีเดียว

แต่ชุดมันก็หนามากหายใจลำบาก สำหรับคนใส่ชุดหนักๆทราบกันดี เมื่อคุณใส่ชุดตะเข็บคู่ ผมจะพยายามหาวิธีชนะด้วยวิธีอื่นที่ไม่ใช่การจับ
การเคลื่อนที่ไปรอบๆจะยากลำบากซักหน่อย (ผู้แปล:ถ้าคุณชอบสร้างความเจ็บปวดกับผู้อื่นและคุณนั้นอยู่ในทวีปแอนตาร์กติกา Gi นี้เหมาะกับคุณชัวร์)

-เย็บแบบ Ripstop มันเป็นตัวเลือกที่ดีนะสำหรับพวกที่ฝึกอยู่ในทวีปเส้นศูนย์สูตร หรือ แท๊กซัส หรือฝึกที่สถานที่อากาศร้อน เป็นชุดที่โคตรเบา ชุดนี้ออกแบบมาเพื่อไม่ให้ฉีกขาดแบบเปเปอร์ริช ผมต้องการเห็น Gi เหล่านี้ในตลาดให้มากกว่านี้นะเพราะมันหายากซะเหลือเกิน

ผู้แปล:ลองเข้าไปอ่านหารีวิวได้ที่สองเว็ปนี้นะครับOkKimonosBlog.com. www.OkKimonos.com.






แหล่งที่มา http://www.jiujitsubrotherhood.com/2014/07/8-steps-to-finding-the-perfect-bjj-gi/

วันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2558

9 เหตุผล ทำไม MMA ถึงเป็นกีฬาที่ Perfect


ระยะหลังศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน
เป็นตัวช่วยในการส่งเสริมศิลปะการต่อสู้ทั้งแนวยืนและแนวนอน มันถูกสร้างขึ้นครั้งแรก ในฐานะเวทีการแข่งขันที่มีการตรวจสอบและมีประสิทธิภาพมากและเป็นแหล่งรวมศิลปะป้องกันตัวต่างๆ นักสู้ MMAหลายๆคนก็ได้ทดสอบประสิทธิภาพของเขาเอง

                ทุกวันนี้กีฬา
MMA ได้เติบโตอย่างรวดเร็วมากและได้รับการยอมรับและถูกให้กำหนดกติกาให้เป็นมาตรฐาน และมันยังพัฒนาให้สมจริงและใช้ป้องกันตัวในชีวิตจริงได้ดี และมีนักสู้หลายต่อหลายคนยอมรับว่ากีฬานี้มีส่วนในการพัฒนาระเบียบวินัยของพวกเค้า ทั้งไลฟ์สไตล์และการเคารพผู้อื่นที่เป็นนักศิลปะการต่อสู้ด้วยกัน

                ดังนั้นกีฬา
MMAจึงเป็นที่ยอดนิยม (ผู้แปล:และวันนี้เราจะมาหา9เหตุผลที่ทำให้มันเป็นกีฬายอมนิยมกันเต๊อะ!!)
  

1.มีประสิทธิภาพและสมจริง




ขณะที่ศิลปะการต่อสู้ส่วนใหญ่ที่มีประสิทธิภาพพยายามจำลองการต่อสู้ในสถานการณ์ชีวิตประจำวัน แต่กีฬา
MMA ได้รับการพัฒนาอย่างตั้งใจที่ทำให้สมจริงที่สุดและเป็นไปได้ ผู้ฝึกจะได้ใช้ความหลากหลายในแต่ละชนิดกีฬาการต่อสู้ที่โดดเด่นเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

2.สามารถฝึกได้ทุกเพศทุกวัย

มีการคอนเฟริ์มจากหลายสถาบันฝึกแล้วว่าตั้งแต่ครูโรงเรียนประจำยันคนชงกาแฟก็ประสบความสำเร็จใน MMA ได้ และแน่นอนมันเป็นกีฬาสำหรับทุกคน ตัวอย่างเช่นอดีตแชมป์ UFC รุ่นมิดเดิ้ลเวทและอีกหนึ่งคนก็ รองประธานของ ONE (ผู้แปล:รายการที่ ครูตองแข่งขันอยู่ ณ ปัจจุบัน)  แฟรงคลิน ก็เป็นครูโรงเรียนมัธยมก่อนที่จะกลายเป็นนักมวย MMA เต็มสูบ มันจึงเหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัยอย่างแท้จริง

3.เป็นระบบที่สมบูรณ์แบบสำหรับการป้องกันตัวเอง



ในระยะยาวผู้ที่ฝึกมานานแล้วสามารถป้องกันตัวได้ในชีวิตจริงตามสถานการณ์จริง ก็อย่างที่บอก
MMA ได้รับการพัฒนาอย่างตั้งใจที่ทำให้สมจริงที่สุดและเป็นไปได้ บางทีมันอาจจะสมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับป้องกันตัวเองได้เป็นอย่างดี ด้วยกีฬานี้มันจะทำให้คุณได้เตรียมทั้งร่างกายและจิตใจทั้งพื้นดินและลุกขึ้นยืนเพื่อสวนกลับ


4.มันดีเลิศสำหรับการออกกำลังกาบแบบทั่วร่าง



มันเป็นฝึกออกกำลังกายที่ไม่ซ้ำกันและเอาไปปฏิบัติรวมกัน เช่น มวยไทย มวยปล้ำ
BJJ และอื่นๆ ด้วยการฝึกทั้งแนวยืนและภาคพื้นดิน แบบการฝึกแบบ แอโรบิก (ผู้แปล:โดยใช้ออกซิเจน) และไม่ใช้แอโรบิก
(ผู้แปล:โดยใช้แรงระเบิดโดยไม่ใช้ออกซิเจน) จะให้รู้ไว้ว่าการฝึกMMA แต่ละครั้งเผาผลาญได้ถึง 1000 แคลลอรี

5.สมบูรณ์แบบทั้งฝึกความแข็งแรงและความอึด



นักสู้
MMA เป็นพวกที่จะต้องปรับการหายใจแทบตลอดเวลาเมื่อเทียบกับกีฬาทั้งหมด ที่เป็นแบบนี้เพราะต้องฝึกทุกแง่มุมของการต่อสู้ เท้าต้องโดดเด่น การปล้ำ การกอดบนพื้น ด้านบนของร่างกายก็ต้องสร้างความยืดหยุ่น การสมดุล MMAจะเพิ่มความแข็งแกร่งโดยรวมของคุณ ประสิทธิภาพของหลอดเลือดและหัวใจก็จะดีขึ้น

6.การมีน้ำใจนักกีฬา
กีฬานี้ถูกสร้างมาเพื่อแข่งขันอยู่แล้ว การฝึก
MMA นี้จะช่วยพัฒนาการมีน้ำใจนักกีฬาและรู้จักแพ้ชนะ และมันยังช่วยคุณในด้านอื่นๆทั้งชีวิตประจำวันทั้งที่ทำงานและโรงเรียน ด้วยข้อความนี้ แน่นอนคุณต้องเจอ คนที่ฝึกเข้าคู่ด้วยมากกว่าหนึ่งคนอยู่แล้วและมันจะง่ายขึ้นถ้าคุณรับมันเข้ามาเป็นความท้าทายในชีวิต


7.เป็นการคลายเครียดที่ดี
อันที่จริงมันเป็นความลับนะ กีฬานี้คลายเครียดได้เมื่อคุณเริ่มกระแทก ปลอดปล่อยความก้าวร้าว มันเกี่ยวข้องกันนะ การเล่น
MMA นี้เหมือนการออกกำลังกายแบบไดนามิกและมันก็มีความสนุกสนานในตัวมันยังช่วยลดความเครียดและมีเทคนิคที่เป็นประโยชน์ด้วย


8.สอนให้รู้จักความเคารพผู้อื่น


ในฐานะ โปรโมเตอร์
MMA คุณจะได้เรียนรู้จักศิลปะการต่อสู้หลากหลายและการเคารพซึ่งกันและกัน นอกจากนี้มันยังส่งผลในคุณเคารพผู้อื่นในชีวิตประจำวันแม้พวกเขาจะไม่ใช่นักสู้ก็ตาม ทัศนคติแบบนี้จะช่วยในการเรียนรู้ในชีวิตประจำวันของนักสู้MMA อีกทางหนึ่งด้วย
9.ได้เรียนรู้ทักษะที่จำเป็นการแก้ปัญหา



 คุณจะได้เรียนรู้ทักษะที่จำเป็นการแก้ปัญหา รู้จักใช้ร่างกายเป็นอาวุธ เมื่อคุณได้ฝึก
MMA คุณก็จะได้รู้จักการแก้ปัญหาหลีกเลี่ยงปัญหาหรือใช้ทักษะที่คุณมี กลยุทธและการวางแผนเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จของนักสู้ MMA ไม่ต้องมีข้อสงสัยเลยคุณจะเป็นพวกคนที่แก้ปัญหาและอุปสรรคได้ดีเยี่ยม
  
ไม่ว่าคุณจะมองหากีฬาเพื่อการแข่งขันหรือเพื่อความฟิต กีฬาMMA ปราศจากข้อสงสัย ว่าทำไมมันจึงเพอร์เฟค ทักษะในด้านการใช้ชีวิต คุณก็ได้รับประโยชน์ทั้งทางร่างกายและจิตใจ มันจะทำให้คุณมั่นใจและใช้ชีวิตแบบมีศักยภาพ ไว้พบกันใหม่ตอนหน้านะครับ




แหล่งที่มา http://evolve-mma.com/blog/9-reasons-mixed-martial-arts-perfect-sport/